ทองคำย่อตัวก่อนข่าวใหญ่ จับตาเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และ CPI ตัวแปรชี้ทิศตลาด
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 16.53 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลอดทั้งวันราคาทองคําทรงตัวเหนือ 1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลัก 2 ประเด็น ได้แก่
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 16.53 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลอดทั้งวันราคาทองคําทรงตัวเหนือ 1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลัก 2 ประเด็น ได้แก่

(1.) แรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในรัสเซีย แม้ว่ารัสเซียจะยืนยันว่าได้ถอนกําลังทหารบางส่วนออกจาก พรมแดนยูเครนแล้ว แต่สหรัฐและนาโตกล่าวหาว่า รัสเซียยังคงเสริมกําลังทหารตามชายแดนยูเครน สอดคล้องกับความเห็นของรัฐมนตรีกลาโหมยูเครนที่กล่าวกับ Reuters ว่า ยังไม่มีหลักฐาน ใตที่บ่งชี้ที่รัสเซียได้ถอนกองกําลังของตนออกจากพรมแดนยูเครน และ
(2.) ดัชนีดอลลาร์ อ่อนค่าลง 0.21% โดยได้รับแรงกดดันหลังธนาคารกลางสหรัฐ(เฟต) เปิดเผยรายงานการประชุม ประจําวันที่ 25-26 ม.ค. ที่แม้จะบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่เฟตเห็นพ้องว่าควรมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ, ตลาดแรงงาน และการพุ่งขึ้นของอัตรา เงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี เฟตระบุว่าการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น จะขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลเงินเฟ้อและข้อมูลอื่นๆในการประชุมแต่ละครั้ง ซึ่งทําให้ตลาดตีความว่าเป็นไปในเชิง Hawkish น้อยกว่าคาด รวมถึง Hawkish น้อยกว่าความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟตบางราย ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนให้ราคาทองคําปรับตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,872.50 ติชมิลาร์ต่อออนซ์แม้ว่าการ เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่จะออกมา “ดีกว่าคาด” ก็ตาม ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตจากเฟตฟิลาเดลเฟีย, จํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, การอนุญาตก่อสร้าง, ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าเฟด

ราคาทองคำพยายามสร้างฐานและทรงตัวในระดับสูง ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,854-1,837 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,879 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระดับสูงสุด ของปี 2022แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีก

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,854-1,837
จุดทํากําไร ขายทํากําไร $1,879
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,837

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

บทความนี้อธิบายการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ที่หลุดระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาทองคำ Gold ปรับตัวลดลงตาม จากการคลี่คลายของความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง เนื้อหาชี้ให้เห็นถึงกลไกเดียวกันที่เชื่อมโยงทั้งสองตลาด พร้อมผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต้นทุนนำเข้าและราคาทองคำในประเทศ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางต่อไปยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานและข้อมูลการส่งออกน้ำมันในระยะสั้น

บทความนี้สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่เพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน โดย Gold ปรับตัวลดลง ขณะที่ Crude Oil ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากความเสี่ยงสู่ประเด็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ยิ่งซ้ำเติมแรงขายในตลาดทอง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาค เช่น สงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม และช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ไม่แน่นอน