ทองคำดีดกลับหลังร่วง 5% ตลาดชั่งน้ำหนักสงครามอิหร่าน–ดอลลาร์แข็งค่า
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลงต่ออีก 36.15 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่อเนื่อง 3 ประการ ได้แก่
สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลงต่ออีก 36.15 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่อเนื่อง 3 ประการ ได้แก่

(1.) ความหวังว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนจะมี ความคืบหน้า ขณะที่วานนี้ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครน กล่าวย้ำอีกครั้งว่า ยูเครนพร้อมที่จะรับประกันความปลอดภัยของรัสเซียด้วยการหยุดยั้งเป้าหมายระยะยาวในการเข้าเป็นสมาชิกนาโตปั จจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
(2.) นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลังจากสัญญาน ้ามันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดร่วงลงกว่า 6% ท่ามกลางการเจรจาหยุดยิง ระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กำลังดำเนินต่อไป ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นในจีนอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและกระทบต่อความต้องการน ้ามัน นอกจากนี้ดัชนี PPIของสหรัฐที่ ออกมาแย่เกินคาด ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้ออีกทาง นั่นกระตุ้นแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และ

(3.) การคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะ ประกาศ “ขึ้น” ดอกเบี้ย 0.25% พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อในการประชุมที่กำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงกลางดึกของคืนวันนี้ หนุนอัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐให้พุ่งขึ้นจนกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเพิ่ม ปัจจัยที่กล่าวมาอยู่เบื้องหลังจากดิ่งลงสู่ระดับ 1,907.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครอง ทองคำลดลง -2.32 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดค้าปลีก พร้อมจับตาผลการประชุมเฟด คาด“ขึ้น” ดอกเบี้ย และแนะนำรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการปรับลดงบดุล รวมถึงมุมมองต่อ เศรษฐกิจสหรัฐผ่านทางแถลงการณ์ของประธานเฟด, Economic Projections (คาดการณ์ GDP, อัตราการว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ) และ Dot Plot(คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟด
การอ่อนตัวลงของราคาหากยังสามารถรักษาระดับเหนือแนวรับ 1,913-1,907 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ราคาทองคำยังมีลุ้นดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,943-1,958 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคา ทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1,958 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมา สลับออกมาและอาจทำให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,907-1,891 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คำแนะนำ เปิดสถานะขาย 1,943-1,958
จุดทำกำไร ซื้อคืนเพื่อทำกำไร $1,907-1,891
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,958

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำโลกพุ่งแรงอีกครั้ง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง จากการเผชิญหน้าระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) และโยกเงินสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่าทองคำสปอตพุ่งสูงสุดราว 1.8% แตะเกือบ 5,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ปรับขึ้นกว่า 3% แรงหนุนไม่ได้มาจากสงครามเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก การลดถือครองพันธบัตร และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ทำให้ภาพระยะยาวยังเป็นขาขึ้น แม้ระยะสั้นความผันผวนจะสูงมาก สำหรับนักเทรด ควรเทรดตามโมเมนตัมอย่างมีวินัย กำหนดจุดตัดขาดทุนชัดเจน ลดขนาดสถานะ และติดตามข่าวควบคู่กราฟเทคนิค เพราะตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์สามารถกลับทิศได้รวดเร็ว ความเสี่ยงจึงสำคัญไม่แพ้โอกาส.

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นแรงและกลับมายืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ จากแรงหนุนของดอลลาร์อ่อนค่าและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น ตัวเลขจ้างงาน CPI และยอดค้าปลีก เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ตลาดคาดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยกลางปี ซึ่งช่วยหนุนทองคำ นอกจากนี้ อุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลกยังแข็งแกร่ง สะท้อนบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองระยะยาว โดยแนวโน้มราคายังขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจ ค่าเงินดอลลาร์ และนโยบายการเงินเป็นหลัก.