Octa ปี 2026 ไม่มีค่า Swap จริงไหม? และอะไรที่นักลงทุนควรรู้ก่อนใช้งาน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:แชร์ประสบการณ์ลาออกจากงานประจำ มาเป็น Full Time Trader

วันนี้แอดมินขอหยิบเรื่องราวจากเทรดเดอร์ท่านหนึ่งที่ได้มาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ในกระทู้ Pantip เกี่ยวกับการลาออกจากงานประจำ มาเป็น Full Time Trader โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ลาออกจากงานมา ตอนที่งานพุ่งแรงสุดๆ มาเป็น Full time พร้อมกับ หนี้ ภาษี ที่ต้องจ่ายอีก สี่แสนกว่าๆ ผ่อนชำระ สามเดือน เงินเก็บแทบไม่มี แต่ก็กดดันตัวเองจนผ่านมาได้ หลักๆ ทุนน้อย ต้อง Scalping แล้วเฝ้าเอา สำคัญคือ เข้าไว ออกไว ไม่โลภ เพราะความกดดันที่ต้องจบเรื่องภาษี คือต้องเทรดให้ได้เดือนละ 140K ++ บาท
แต่ เข้าได้ ทีละ ไม่เกิน 0.50 ตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เครียด ทุน 1923 USD เหมือนไม่มีความหวังเลย ตัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นทุกอย่างออก แล้ว ซอยเป้าหมายย่อยๆ มีเวลาเดือนละ 22 วัน ต้องเทรดให้ได้ วันละ 200++USD แทบจะอ้วก เปลี่ยนรูทีนชีวิตใหม่ นอนตีสาม ตื่นเที่ยง เตรียมตัวเข้าตลาด บ่ายสอง-ตีสอง ตลาดมันไม่ได้ตามใจเราหรอก ดังนั้น ต่อให้จะต้องเปิด ออร์เดอร์ ย่อย เป็น 100 ครั้ง แล้วได้กำไร ครั้งละ 2$ ก็ต้องทำ
ไหนไหน ก็ว่างอยู่แล้ว ก็นั่ง Scalping ไป ใช้บัญชี Zero ค่าคอมโหด แต่คุ้ม เทรดได้ ตี4-5 ไม่ต้องมานั่งพะวง สเปรด เราเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ว่า นี่ก็คืองานประจำ ที่ทำให้เราอยู่ที่บ้านได้ ถ้าไม่หมดเวลาเทรด เราจะไม่ยอมแพ้ เลิก เข้ากลุ่มที่บอกซิก บอกเทรน มันทำให้เราเขว
แต่ ดูภาพรวม ยึดกราฟเป็นที่สุด ข่าวรองลงมา เพราะ เรามีความเชื่อว่า ยังไงทุกอย่างก็ต้องกลับมาพื้นฐาน ตอนนี้ จบเรื่องภาษีแล้ว แต่ปรับการเทรดใหม่ ถามว่ารวยขึ้นไหม ก็ยัง ได้เงินน้อยกว่าทำงานประจำ แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่มี ค่าสังคมต้องไปเลี้ยงลูกน้องไม่มี Connection ก็ไม่มี 555 อาหารทุกวันก็ทำกินเอง
ทุกวันนี้ใช้เงินเดือนไม่ถึง 9พัน กำไร ที่เหลือ เก็บซื้อกองทุนรวม ซื้อหุ้น จะให้กลับไปทำงานก็คงไม่มีคนจ้างแล้ว เคยคิดนะ แต่พอคิดเรื่องค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายนอกบ้าน ต้องตื่นตีห้า หกโมง รถติดบนถนน แล้วพอ บอกตัวเองว่า ชีวิตเลือกได้ แต่ตัดบางอย่างไปบ้าง ตอนนี้จะหงุดหงิดเรื่องขายหมูมาก คงเพราะเคยชินกับการเข้าไวออกไว ไม่กล้าอยู่นานกลัวกราฟเปลี่ยนทิศ ตอนนี้ก็หาเรื่อง ไปทำสัญญาคอนโด เพื่อที่จะเป็น aim ว่า คอนโดเสร็จอีก สองปี ต้องมีเงินสด ไปวาง ก็บวกรวมในค่าใช้จ่ายที่ต้องเทรดหาไป
ขอเป็นกำลังใจให้คนที่อยากออกมา Full Time Trader ลองเชื่อในตัวเองดูก่อนอีกนิดนะ สู้ๆนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://pantip.com
คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex อ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุง แอปเดียวที่จบครบ เรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้นำเสนอวิวัฒนาการของตลาดฟอเร็กซ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยให้นักเทรดเข้าใจโครงสร้างและพัฒนาการของตลาดที่ใช้งานอยู่ในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของฟอเร็กซ์มาจากระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่ผูกค่าเงินกับทองคำ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Bretton Woods ซึ่งกำหนดให้ดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลางการเงินโลก ต่อมาเหตุการณ์ Nixon Shock ในปี 1971 นำไปสู่การยกเลิกการผูกค่าเงินกับทองคำ และเกิดระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Floating Exchange Rate) ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของตลาดฟอเร็กซ์สมัยใหม่ ช่วงแรกตลาดยังจำกัดอยู่ในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ จนกระทั่งการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตและโบรกเกอร์ออนไลน์ในช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรง จากนั้นสมาร์ตโฟน แพลตฟอร์มเทรด และระบบ Social Trading ได้ยิ่งเพิ่มความสะดวกและขยายฐานนักเทรดทั่วโลก ปัจจุบันตลาดกำลังก้าวสู่ยุคของ AI และ Algorithmic Trading ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนอย่างต่อเนื่อง บทความชี้ให้เห็นว่าการเข้าใจประวัติศาสตร์ฟอเร็กซ์ช่วยให้นักเทรดตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัว การเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ และ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์