Akatsuki โบรกเกอร์นี้คือใคร? ชื่อเหมือนอนิเมะ แต่ประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1918
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:การเทรดใน Foreign Exchange Market มีหลายรูปแบบตามสไตล์และเวลาของนักเทรด โดย Swing Trading และ Scalping Trading เป็นสองกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูง โดย Swing Trading เน้นการถือสถานะระยะกลางตั้งแต่ 1 วันถึงหลายวัน เพื่อเกาะแนวโน้มของตลาด เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถเฝ้ากราฟตลอดเวลา ขณะที่ Scalping Trading เน้นทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้นมากภายในวัน ต้องอาศัยการตัดสินใจรวดเร็วและการเฝ้าหน้าจออย่างต่อเนื่อง ทั้งสองกลยุทธ์มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรด ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของนักเทรดแต่ละคน.

นักเทรดคงทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าการเทรดมีหลากหลายรูปแบบตามอุปนิสัย และลักษณะการจัดสรรเวลาของแต่ละบุคคล วันนี้แอดเหยี่ยวจะมาบอกถึงความแตกต่างระหว่าง Swing Trading และ Scalping Trading ซึ่งเป็นรูปแบบการเทรดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และบอกถึงข้อดี ข้อเสีย เพื่อจะได้ทำความเข้าใจให้มากขึ้น
การเทรด 2 รูปแบบนี้จะมีชื่อเรียกกันสั้นๆว่า สาย Swing และ สาย Scalper เป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิค โดยหาเทรนหรือจังหวะในการเข้าซื้อ เพื่อวางแผนและคอยติดตามสถานะของตลาด
นักเทรดสาย Swing Trade เน้นการทำกำไรของ Trend ระดับกลาง จะมีระยะเวลาระดับ 1 วันขึ้นไปจนบางครั้งอาจถึง 1 สัปดาห์ เหมาะกับการเก็งกำไรที่ไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอทั้งวัน แต่อาจใช้เวลาสัก 1 ชั่วโมงต่อวันในเวลาว่าง ใช้กลยุทธ์แบบ Trend Following เป็นหลัก
นักเทรดอาจเริ่มพิจารณาจากกราฟ 4 ชั่วโมง ไปจนถึงระดับวัน เพื่อหาความสอดคล้องของแนวโน้มว่ามีโอกาสพัฒนาไปในทิศทางใด ส่วนมากมักใช้ การวิเคราะห์ Trendline การวิเคราะห์แนวโน้มของ Moving Average และ Elliot Wave Theory มาเพื่อพิจารณาแนวโน้มของราคาและสถานะของตลาดในปัจจุบัน ในบางครั้งอาจใช้กราฟ 1 ชั่วโมงที่เล็กลงในการหาจุดเข้าซื้อที่ได้เปรียบขึ้นก็ได้เช่นกัน

ขอบคุณรูปจาก atozmarkets
1.ต้นทุนค่าธรรมเนียมการซื้อขายต่ำกว่า หากเทียบกับสายเทรดระยะสั้น เพราะจำนวนการเทรดจะน้อยกว่ามาก
2.เวลาการเฝ้าหน้าจอน้อยกว่า Day Trade และ Scalping เหมาะสำหรับนักเทรดที่ทำงานประจำหรือไม่มีเวลาว่าง
3.Risk to Reward ค่อนข้างสูง เพราะมีโอกาสให้เทรนพัฒนาได้นานกว่าการเทรดระยะสั้น บางครั้งอาจมากถึง 3-4 เท่าต่อความเสี่ยง
กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยง Over night risk หรือการถือครองสถานะข้ามคืน ในช่วงเวลาที่คุณนอนหลับหรือไม่ได้เฝ้าหน้าจอ อาจมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น แต่หากคุณวางแผนกำหนดจุด Stop Loss ไว้ได้ดี ปัญหานี้ก็สามารถบรรเทาลงได้
นักเทรดสาย Scalping ต้องการทำกำไรจากความผันผวนของตลาดในระยะที่สั้นมากๆ โดยมักพิจารณาตั้งแต่ระดับ 1 นาที ถึงระดับ 1 ชั่วโมง โดยใช้ระดับ 1 ชั่วโมงในการวิเคราะห์โครงสร้างตลาดภายในวัน และใช้ระดับนาทีในการวางแผนเข้าซื้อและวางจุด Stop loss และ Take Profit ลักษณะการเทรดเหมาะกับตลาด Future ที่เพิ่มอัตราทดได้โดยมีระยะการถือครองสินทรัพย์ที่สั้นยิ่งกว่าสาย Day Trade นักเทรดจำเป็นต้องเฝ้าจอตลอดทั้งวันเพื่อมองหาจุดเข้าซื้อที่ได้เปรียบที่สุด โดยตัดสินใจได้อย่างละเอียดอ่อน และแม่นยำ เพราะการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยกระทบต่ออัตรา Risk to Reward สูง
นักเทรดสายนี้จำเป็นต้องมีประสบการณ์สูงทั้งการควบคุมอารมณ์ และความแม่นยำในการวิเคราะห์ โดยทั่วไปมักใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ระยะสั้นด้านโมเมนตั้มกลุ่ม Oscillator เช่น RSI และ Stochastic มองหากรอบการแกว่งตัวระยะสั้น โดยพิจารณาของกรอบ Sideway หรือ แนวรับและแนวต้าน ระยะสั้นที่ชัดเจน นักเทรดควรเข้าซื้อใกล้จุดแนวรับให้มากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงโดยมีจุด Stop loss กำหนดไว้ชัดเจน และตั้งจุดทำกำไรไว้ที่แนวต้านที่ใกล้เคียง นอกจากนี้อาจนำ RSI เช่นโซน Overbought, Oversold, และ Divergent เข้ามาช่วยพิจารณาเพิ่มเติม

ขอบคุณรูปจาก atozmarkets
1.นักเทรดสามารถหาโอกาสทำกำไรได้ทุกวัน เพราะเทรดในกรอบระยะเวลาที่สั้นและมีความผันผวนสูงอยู่แล้ว ต่างจาก Swing Trade ที่จะต้องรอหาเทรนและเทรนระยะกลางอาจไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน
2.ความเสี่ยงด้านระยะเวลาต่ำ ทำให้พอร์ทของคุณมีสภาพคล่องที่สูง เพราะพอร์ทของคุณจะ Realize Profit และ Loss ทุกวัน หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงิน สามารถถอนออกได้ทันทีเพราะไม่มีการเปิดสถานะข้ามคืนข้ามวัน
3.มีโอกาสสะสมกำไรได้สูงและมีค่าเสียโอกาสน้อย เพราะหากเทรดผิดทางนักเทรดสาย Scalping จะ Cut loss ทันที
1.ความเครียดในการเทรดมีสูงมาก เนื่องจากต้องตัดสินใจในกรอบเวลาที่บีบบังคับ และต้องมีการควบคุมอารมณ์ที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอย่าง การเทรดล้างแค้น และการเสพติดการเทรด ที่ทำให้การตัดสินใจวางแผนและการควบคุมความเสี่ยงผิดพลาด ในบางครั้งมือใหม่อาจถูกล้างพอร์ทได้ภายในเวลาไม่ถึงวัน
2.ต้องการความชำนาญสูงทั้งในการวิเคราะห์เชิงเทคนิคและการควบคุมความเสี่ยง นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มแต่น้อยไม่ควรนำเงินจำนวนมากมาเล่น การเทรดลักษณะนี้ถือว่า “มีความเสี่ยงรวมสูงที่สุด”
โดย 2 กลยุทธ์นี้ ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยและเวลาที่สามารถเฝ้าหน้าจอได้ การเทรดแบบ Swing เป็นการเทรดระยะกลางที่อาศัยการวิเคราะห์แบบ Trend Following เช่น การวิเคราะห์ Moving Average, Trendline, และ Elliot Wave Theory
ส่วนการเทรดแบบ Scalping เป็นการเทรดระยะสั้นมากๆ ที่อาจมีการซื้อขายหลายครั้งภายในหนึ่งวันและสั้นกว่า Day Trade ในการเทรดลักษณะนี้ อาจนำ RSI และ การวิเคราะห์แนวรับแนวต้าน มาช่วยในการกำหนดจุด Stop Loss และ Take Profit เพื่อควบคุมความเสี่ยงครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก th.beincrypto
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายการคำนวณมาร์จิ้น (Margin) ในการเทรด Forex ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารความเสี่ยง โดยมาร์จิ้นคือเงินประกันที่โบรกเกอร์กันไว้เพื่อเปิดและถือสถานะการเทรด และมีความสัมพันธ์โดยตรงกับ Leverage เนื้อหาครอบคลุมสูตรคำนวณมาร์จิ้น การทำความเข้าใจ Margin Level, Free Margin, Margin Call และ Stop Out รวมถึงแนวทางการนำไปใช้จริง เช่น การคำนวณก่อนเปิดออเดอร์ การรักษา Margin Level ให้อยู่ในระดับปลอดภัย และการกำหนดขนาด Lot ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้นักเทรดลดความเสี่ยงและอยู่รอดในตลาดได้ระยะยาว

รีวิวโบรกเกอร์
STARTRADER
pepperstone
AVATRADE
eightcap
TICKMILL
FXCM
STARTRADER
pepperstone
AVATRADE
eightcap
TICKMILL
FXCM
STARTRADER
pepperstone
AVATRADE
eightcap
TICKMILL
FXCM
STARTRADER
pepperstone
AVATRADE
eightcap
TICKMILL
FXCM