บทคัดย่อ:หนังสือ The Little Book That Beats the Market โดย Joel Greenblatt นำเสนอแนวคิด Magic Formula ซึ่งเป็นการคัดเลือกหุ้นโดยพิจารณาทั้งคุณภาพธุรกิจ (ROE) และราคาที่เหมาะสม (PE) เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างมีระบบ แนวคิดนี้สะท้อนว่าการลงทุนไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยวินัยและการใช้ข้อมูลอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่นักเทรดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในระยะยาว.


บางครั้งแอดเหยี่ยวก็ชอบใช้เวลาไปค้นหาหนังสือการลงทุนดี ๆ มาอ่าน เพราะแม้ว่านักเทรดหลายคนจะคุ้นเคยกับการวิเคราะห์กราฟหรือการติดตามข่าวเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่การอ่านหนังสือการลงทุนก็ช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับเราได้เหมือนกัน ล่าสุดแอดเหยี่ยวไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่อยากนำมาแชร์ให้นักเทรดได้รู้จักกัน เพราะแนวคิดในเล่มเรียบง่าย แต่ทรงพลังมาก จนกลายเป็นหนึ่งในแนวทางการลงทุนที่นักลงทุนทั่วโลกพูดถึงกันมานาน
หนังสือเล่มนั้นคือ The Little Book That Beats the Market เขียนโดย Joel Greenblatt นักลงทุนชื่อดังและผู้ก่อตั้งกองทุน Gotham Capital หนังสือเล่มนี้โด่งดังไปทั่วโลกเพราะผู้เขียนได้เสนอแนวคิดการลงทุนที่เรียกว่า Magic Formula ซึ่งเป็นวิธีการคัดเลือกหุ้นที่เน้นทั้งคุณภาพของธุรกิจและราคาที่เหมาะสมไปพร้อมกัน
สำหรับนักเทรดที่อยากเริ่มศึกษาเรื่องการลงทุนเชิงพื้นฐาน หรืออยากขยายมุมมองจากการดูกราฟเพียงอย่างเดียว หนังสือเล่มนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเล่มที่แอดเหยี่ยวอยากแนะนำให้ลองอ่านดู
Magic Formula คืออะไร
Magic Formula คือระบบการคัดเลือกหุ้นที่ถูกพัฒนาโดย Joel Greenblatt โดยแนวคิดหลักของสูตรนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา นั่นคือการพยายามค้นหาหุ้นที่เป็น ธุรกิจคุณภาพดี แต่ราคายังไม่แพงเกินไป ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญของนักลงทุนสาย Value Investing
แม้แนวคิดจะดูเรียบง่าย แต่ปัญหาที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักพบคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหุ้นตัวไหนเป็น “ธุรกิจที่ดี” และหุ้นตัวไหนเป็น “ราคาที่ถูก” ผู้เขียนจึงเสนอวิธีการคัดกรองหุ้นโดยใช้ตัวชี้วัดทางการเงินเพียงไม่กี่ตัว เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้จริง
Magic Formula จึงกลายเป็นระบบการลงทุนแบบเชิงปริมาณ (Quantitative Investing) ที่เน้นการใช้ข้อมูลทางการเงินในการตัดสินใจ มากกว่าการพึ่งพาความรู้สึกหรือความคิดเห็นส่วนตัวของนักลงทุน
ตัวชี้วัดสำคัญของ Magic Formula
สูตร Magic Formula ในเวอร์ชันที่นักลงทุนส่วนใหญ่นำมาใช้กันในปัจจุบัน มักจะอ้างอิงจากอัตราส่วนทางการเงินสองตัวหลัก ได้แก่ ROE และ PE Ratio ซึ่งเป็นตัวชี้วัดพื้นฐานที่นักลงทุนคุ้นเคยกันดี
ตัวแรกคือ ROE (Return on Equity) ซึ่งเป็นตัววัดความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น ค่า ROE ที่สูงมักสะท้อนว่าบริษัทมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ สามารถสร้างกำไรได้ดีจากเงินทุนที่มีอยู่ จึงถูกใช้แทนแนวคิดของ “หุ้นคุณภาพดี”
ตัวที่สองคือ PE Ratio (Price to Earnings Ratio) ซึ่งเป็นตัววัดว่าราคาหุ้นแพงหรือถูกเมื่อเทียบกับกำไรของบริษัท หากค่า PE ต่ำ หมายความว่านักลงทุนกำลังซื้อหุ้นในราคาที่ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับกำไรที่บริษัทสร้างได้ จึงถูกใช้แทนแนวคิดของ “หุ้นราคาถูก”
เมื่อรวมแนวคิดของทั้งสองตัวนี้เข้าด้วยกัน นักลงทุนจะสามารถมองหาหุ้นที่มีทั้งคุณภาพดีและราคาที่เหมาะสมได้ในเวลาเดียวกัน
วิธีคัดเลือกหุ้นด้วย Magic Formula
วิธีการใช้ Magic Formula ในการคัดเลือกหุ้นนั้นไม่ซับซ้อน โดยเริ่มจากการนำหุ้นทั้งหมดในตลาดมาจัดอันดับตามค่า ROE จากมากไปหาน้อย หุ้นที่มีค่า ROE สูงจะได้รับคะแนนที่ดีกว่า เพราะสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
จากนั้นให้นำหุ้นทั้งหมดในตลาดมาจัดอันดับตามค่า PE จากน้อยไปหามาก หุ้นที่มีค่า PE ต่ำจะได้คะแนนดีกว่า เนื่องจากราคาหุ้นถือว่าถูกเมื่อเทียบกับกำไรของบริษัท
หลังจากจัดอันดับทั้งสองด้านแล้ว ให้นำคะแนนของ ROE และ PE มารวมกัน หุ้นที่มีคะแนนรวมดีที่สุดจะเป็นหุ้นที่มีทั้งคุณภาพของธุรกิจและราคาที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นหุ้นที่เข้าเกณฑ์ของ Magic Formula
การจัดพอร์ตตามแนวคิด Magic Formula
เมื่อได้รายชื่อหุ้นที่ผ่านการคัดกรองแล้ว นักลงทุนสามารถนำหุ้นเหล่านั้นมาจัดพอร์ตการลงทุนได้ โดยทั่วไปนักลงทุนมักเลือกหุ้นประมาณ 10 ตัว เพื่อกระจายความเสี่ยง และแบ่งเงินลงทุนในแต่ละตัวอย่างเท่า ๆ กัน เช่น ตัวละประมาณ 10% ของพอร์ต
สิ่งสำคัญของ Magic Formula คือการมีวินัยในการปรับพอร์ต โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มักใช้กรอบเวลาประมาณหนึ่งปี เมื่อครบระยะเวลาดังกล่าวก็จะทำการขายหุ้นในพอร์ตชุดเดิมออกทั้งหมด แล้วใช้สูตรเดิมในการคัดเลือกหุ้นชุดใหม่เข้ามาแทน
กระบวนการนี้จะถูกทำซ้ำทุกปี เพื่อให้พอร์ตการลงทุนปรับตัวตามข้อมูลทางการเงินล่าสุดของบริษัท
สิ่งที่ต้องระวังเมื่อใช้ Magic Formula
แม้วิธีการนี้จะดูเรียบง่าย แต่ก็มีข้อควรระวังที่สำคัญเช่นกัน เนื่องจากสูตรนี้ใช้ข้อมูลเชิงตัวเลขเป็นหลัก นักลงทุนจึงควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อหลีกเลี่ยงค่าทางการเงินที่ผิดปกติ
ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีกำไรพิเศษเพียงครั้งเดียว อาจทำให้ค่า ROE สูงผิดปกติ หรือบริษัทที่เพิ่งพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรอาจทำให้ค่า PE ดูต่ำเกินจริง นอกจากนี้บางอุตสาหกรรมก็มีโครงสร้างทางการเงินที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรพิจารณาข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
การตัดค่าที่ผิดปกติออกจากระบบคัดกรองจะช่วยให้พอร์ตที่ได้มีคุณภาพใกล้เคียงกับแนวคิดของ Magic Formula มากขึ้น
บทเรียนจาก Magic Formula สำหรับนักเทรด
แม้ว่าหนังสือ The Little Book That Beats the Market จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนหุ้น แต่แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง Magic Formula ก็ให้บทเรียนที่สำคัญกับนักเทรดเช่นกัน
สิ่งที่ Joel Greenblatt พยายามสื่อคือ การลงทุนที่ดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อนเสมอไป บางครั้งระบบที่เรียบง่าย เข้าใจได้ง่าย และสามารถทำตามได้อย่างมีวินัย อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการพยายามสร้างระบบที่ซับซ้อนเกินไป
สำหรับนักเทรด การมีระบบที่ชัดเจนและการทำตามระบบอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การวิเคราะห์ตลาด
สรุป
สำหรับนักเทรดที่อยากเริ่มต้นศึกษาการลงทุนเชิงพื้นฐาน แอดเหยี่ยวมองว่า The Little Book That Beats the Market เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่อ่านง่ายและให้มุมมองที่ดีมากเกี่ยวกับการคัดเลือกหุ้น
Magic Formula อาจไม่ใช่สูตรลัดที่ทำให้รวยข้ามคืน แต่สิ่งที่มันสอนคือการมีระบบในการลงทุน การใช้ข้อมูลทางการเงินอย่างมีเหตุผล และการมีวินัยในการจัดพอร์ตการลงทุน
บางครั้งการลงทุนที่ดี อาจไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่เราคิด และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งหนังสือดี ๆ ที่แอดเหยี่ยวอยากนำมาแบ่งปันให้กับนักเทรดทุกคนครับ.
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
