รีวิว OnEquity ปี 2026 เลเวอเรจสูง MT5 ครบ แต่ควรเช็กเรื่องนี้
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทความนี้อธิบายความหมายของ “Pip” ในตลาดฟอเร็กซ์ ซึ่งเป็นหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาและเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในการเทรด พร้อมอธิบายวิธีคำนวณมูลค่า Pip ในแต่ละคู่เงินและขนาด Lot เพื่อให้นักเทรดสามารถวางแผน Stop Loss, Take Profit และ Position Sizing ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นความผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณ Pip และสรุปว่า การเข้าใจมูลค่า Pip อย่างถูกต้องจะช่วยให้นักเทรดบริหารเงินทุนและควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถ้าแอดหยี่ยวถามนักเทรดว่า “วันนี้ได้กี่ Pip?” แทบทุกคนตอบได้ แต่ถ้าถามต่อว่า “แล้ว Pip นั้นมีมูลค่าเท่าไหร่เป็นเงินจริงๆ?” คำตอบที่ได้มักเป็นความเงียบหรือตัวเลขที่ไม่แน่ใจ
และนั่นคือปัญหา เพราะการรู้ว่าได้กี่ Pip โดยไม่รู้ว่า Pip นั้นมีมูลค่าเท่าไหร่ ก็เหมือนรู้ว่าวิ่งได้กี่กิโลเมตรแต่ไม่รู้ว่าถึงจุดหมายหรือยัง ไม่มีประโยชน์อะไรในทางปฏิบัติ บทความนี้แอดหยี่ยวจะพาไปเข้าใจว่า pips หมายถึงอะไรในการเทรดรายวัน วิธีคำนวณมูลค่า Pip ในแต่ละคู่เงิน และวิธีนำไปใช้ในการวางแผนการเทรดจริงทุกวัน
Pip ย่อมาจาก Percentage in Point หรือบางตำราก็บอกว่าย่อมาจาก Price Interest Point ซึ่งทั้งสองความหมายนำไปสู่นิยามเดียวกัน
Pip หมายถึงหน่วยการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุดในการเทรดฟอเร็กซ์ สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ 1 Pip เท่ากับการเคลื่อนไหวของราคาที่ตำแหน่งทศนิยมตัวที่ 4 หรือ 0.0001
ตัวอย่างเช่น ถ้าราคา EUR/USD เปลี่ยนจาก 1.0800 ไปเป็น 1.0801 นั่นหมายความว่าราคาเคลื่อนไหวไป 1 Pip
ข้อยกเว้นสำคัญ: คู่เงินที่มี JPY
สำหรับคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินที่สอง เช่น USD/JPY หรือ EUR/JPY 1 Pip เท่ากับการเคลื่อนไหวที่ตำแหน่งทศนิยมตัวที่ 2 หรือ 0.01 เพราะ JPY มีมูลค่าต่อหน่วยน้อยกว่าสกุลเงินอื่นมาก
ตัวอย่างเช่น ถ้าราคา USD/JPY เปลี่ยนจาก 150.00 ไปเป็น 150.01 นั่นหมายความว่าราคาเคลื่อนไหวไป 1 Pip
นักเทรดที่ใช้โบรกเกอร์สมัยใหม่จะสังเกตได้ว่าราคาที่แสดงในแพลตฟอร์มมักมีทศนิยม 5 ตำแหน่ง ไม่ใช่แค่ 4 ตำแหน่ง ตัวเลขตำแหน่งสุดท้ายที่เพิ่มมานี้เรียกว่า Pipette หรือ Fractional Pip
1 Pip = 10 Pipette
ตัวอย่างเช่น ถ้าราคา EUR/USD แสดงเป็น 1.08005 ตัวเลข 5 ตัวสุดท้ายคือ Pipette ไม่ใช่ Pip เต็ม การที่โบรกเกอร์แสดงราคาละเอียดขนาดนี้ช่วยให้ Spread แคบลงและการ Execute ออร์เดอร์แม่นยำขึ้น
การรู้ว่า Pip เคลื่อนไปกี่จุดยังไม่พอ นักเทรดต้องรู้ว่า Pip นั้นมีมูลค่าเป็นเงินเท่าไหร่ เพื่อให้สามารถคำนวณกำไรขาดทุนและวางแผน Risk Management ได้อย่างถูกต้อง
สูตรคำนวณมูลค่า Pip:
มูลค่า 1 Pip = (1 Pip ÷ ราคาปัจจุบัน) × ขนาด Lot × ขนาดสัญญา
โดยที่ขนาดสัญญามาตรฐานของฟอเร็กซ์คือ 100,000 หน่วยสำหรับ 1 Standard Lot
คู่เงินในตลาดฟอเร็กซ์มีโครงสร้างที่แตกต่างกัน ทำให้วิธีคำนวณมูลค่า Pip แตกต่างกันด้วย แอดหยี่ยวแบ่งออกเป็น 3 กรณีหลัก
เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD
สูตรในกรณีนี้ง่ายที่สุด เพราะผลลัพธ์เป็น USD อยู่แล้ว
มูลค่า 1 Pip = 0.0001 × ขนาดสัญญา
ตัวอย่าง: EUR/USD ขนาด 1 Standard Lot มูลค่า 1 Pip = 0.0001 × 100,000 = 10 USD
ตัวอย่าง: EUR/USD ขนาด 0.1 Lot (Mini Lot) มูลค่า 1 Pip = 0.0001 × 10,000 = 1 USD
ตัวอย่าง: EUR/USD ขนาด 0.01 Lot (Micro Lot) มูลค่า 1 Pip = 0.0001 × 1,000 = 0.1 USD
เช่น USD/JPY, USD/CAD, USD/CHF
ในกรณีนี้ต้องหารด้วยราคาปัจจุบันเพื่อแปลงกลับมาเป็น USD
มูลค่า 1 Pip = (0.01 ÷ ราคาปัจจุบัน) × ขนาดสัญญา (สำหรับ JPY) มูลค่า 1 Pip = (0.0001 ÷ ราคาปัจจุบัน) × ขนาดสัญญา (สำหรับคู่อื่น)
ตัวอย่าง: USD/JPY ที่ราคา 150.00 ขนาด 1 Standard Lot มูลค่า 1 Pip = (0.01 ÷ 150.00) × 100,000 = 6.67 USD
ตัวอย่าง: USD/CAD ที่ราคา 1.3500 ขนาด 1 Standard Lot มูลค่า 1 Pip = (0.0001 ÷ 1.3500) × 100,000 = 7.41 USD
เช่น EUR/JPY, GBP/JPY, EUR/GBP
ในกรณีนี้ต้องแปลงผ่านอัตราแลกเปลี่ยนกับ USD อีกขั้นหนึ่ง
ตัวอย่าง: EUR/JPY ที่ราคา 162.00 ขนาด 1 Standard Lot ขั้นแรกคำนวณมูลค่า Pip เป็น JPY = 0.01 × 100,000 = 1,000 JPY จากนั้นแปลงเป็น USD โดยหารด้วยราคา USD/JPY ปัจจุบัน = 1,000 ÷ 150.00 = 6.67 USD
แอดหยี่ยวแนะนำให้นักเทรดใช้ Pip Value Calculator ที่มีให้ฟรีในหลายเว็บไซต์สำหรับคู่เงินที่ซับซ้อน เพื่อประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงจากการคำนวณผิด
สำหรับคู่เงิน EUR/USD ซึ่งเป็นคู่เงินที่นักเทรดไทยนิยมมากที่สุด มูลค่า Pip แยกตามขนาด Lot เป็นดังนี้
Standard Lot (1.0) มูลค่า 1 Pip เท่ากับ 10 USD ซึ่งเหมาะสำหรับนักเทรดที่มีพอร์ตขนาดใหญ่และประสบการณ์สูง
Mini Lot (0.1) มูลค่า 1 Pip เท่ากับ 1 USD ซึ่งเป็นขนาดที่นักเทรดระดับกลางส่วนใหญ่ใช้
Micro Lot (0.01) มูลค่า 1 Pip เท่ากับ 0.10 USD ซึ่งเหมาะสำหรับนักเทรดมือใหม่ที่ต้องการฝึกระบบโดยไม่เสี่ยงมาก
Nano Lot (0.001) มูลค่า 1 Pip เท่ากับ 0.01 USD ซึ่งบางโบรกเกอร์เสนอให้สำหรับการฝึกหรือทดสอบระบบ
รู้จักและคำนวณได้แล้ว แต่จะเอา Pip ไปใช้ในการเทรดรายวันยังไง แอดหยี่ยวแนะนำ 4 วิธีที่นักเทรดนำไปใช้ได้ทันที
วิธีที่ 1: คำนวณ Stop Loss และ Take Profit เป็นเงินจริงก่อนเปิด Trade
แทนที่จะตั้ง Stop Loss แค่ “20 Pip” โดยไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไร ให้คำนวณก่อนว่า 20 Pip ด้วย Lot ที่ใช้อยู่เท่ากับเงินเท่าไหร่ แล้วถามตัวเองว่ารับความเสี่ยงขนาดนั้นได้หรือไม่
ตัวอย่าง: Stop Loss 20 Pip บน EUR/USD ขนาด 0.1 Lot = 20 × 1 USD = 20 USD ถ้าพอร์ตมี 500 USD นั่นหมายความว่าเสี่ยง 4% ต่อ Trade ซึ่งสูงกว่าที่ควรจะเป็น
วิธีที่ 2: คำนวณขนาด Lot จาก Risk ที่ยอมรับได้
วิธีนี้เป็นหัวใจของ Position Sizing ที่นักเทรดมืออาชีพใช้ทุกวัน สูตรคือ
ขนาด Lot = (เงินที่ยอมเสี่ยงต่อ Trade ÷ Stop Loss เป็น Pip) ÷ มูลค่า 1 Pip ต่อ Lot
ตัวอย่าง: พอร์ต 1,000 USD ยอมเสี่ยง 2% = 20 USD ต่อ Trade Stop Loss 25 Pip บน EUR/USD มูลค่า 1 Pip ต่อ 0.1 Lot = 1 USD ขนาด Lot ที่เหมาะสม = 20 ÷ 25 = 0.8 USD ต่อ Pip ซึ่งเท่ากับ 0.08 Lot หรือประมาณ 0.08 Lot
วิธีที่ 3: ติดตามผลการเทรดเป็น Pip แยกจากเงิน
การบันทึกผลการเทรดเป็น Pip ช่วยให้นักเทรดประเมินประสิทธิภาพของระบบได้โดยไม่ถูกรบกวนจากขนาด Lot ที่เปลี่ยนไปในแต่ละ Trade ถ้าระบบทำกำไรได้สม่ำเสมอเป็น Pip นั่นแสดงว่า Edge ของระบบมีอยู่จริง
วิธีที่ 4: ใช้ Pip เพื่อเปรียบเทียบต้นทุน Spread ระหว่างโบรกเกอร์
เมื่อเปรียบเทียบโบรกเกอร์ การดู Spread เป็น Pip ช่วยให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงได้ชัดเจน โบรกเกอร์ที่มี Spread 1 Pip บน EUR/USD ถูกกว่าโบรกเกอร์ที่มี Spread 2 Pip อย่างมีนัยสำคัญสำหรับนักเทรดที่เทรดบ่อย
1. สับสนระหว่าง Pip และ Pipette
นักเทรดบางคนอ่านราคาจากแพลตฟอร์มที่แสดง 5 ทศนิยม แล้วคำนวณมูลค่าโดยใช้ Pipette แทน Pip ทำให้ผลลัพธ์ผิดไป 10 เท่า
2. ใช้มูลค่า Pip ของ EUR/USD กับทุกคู่เงิน
มูลค่า Pip แตกต่างกันในแต่ละคู่เงิน นักเทรดที่คิดว่า 1 Pip = 1 USD เสมอจะคำนวณ Risk Management ผิดเวลาเทรดคู่เงินอื่น
3. ไม่คำนวณมูลค่า Pip ก่อนตั้ง Stop Loss
การตั้ง Stop Loss 50 Pip บน GBP/USD ขนาด 1 Lot ด้วยพอร์ต 500 USD นั่นหมายความว่าเสี่ยงขาดทุน 500 USD หรือ 100% ของพอร์ตในครั้งเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นถ้าคำนวณมูลค่า Pip ก่อน
pips หมายถึงอะไรในการเทรดรายวัน คำตอบไม่ใช่แค่ “หน่วยการเคลื่อนไหวของราคา” แต่คือเครื่องมือที่นักเทรดใช้ในการสื่อสาร วัดผล และบริหารความเสี่ยงในทุก Trade
นักเทรดที่เข้าใจมูลค่า Pip อย่างแท้จริงจะไม่มีวันเปิด Trade โดยไม่รู้ว่ากำลังเสี่ยงเงินเท่าไหร่ และนั่นคือความแตกต่างระหว่างการเทรดอย่างมีวินัยกับการเทรดตามความรู้สึก
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้นำเสนอวิวัฒนาการของตลาดฟอเร็กซ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยให้นักเทรดเข้าใจโครงสร้างและพัฒนาการของตลาดที่ใช้งานอยู่ในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของฟอเร็กซ์มาจากระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่ผูกค่าเงินกับทองคำ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Bretton Woods ซึ่งกำหนดให้ดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลางการเงินโลก ต่อมาเหตุการณ์ Nixon Shock ในปี 1971 นำไปสู่การยกเลิกการผูกค่าเงินกับทองคำ และเกิดระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Floating Exchange Rate) ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของตลาดฟอเร็กซ์สมัยใหม่ ช่วงแรกตลาดยังจำกัดอยู่ในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ จนกระทั่งการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตและโบรกเกอร์ออนไลน์ในช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรง จากนั้นสมาร์ตโฟน แพลตฟอร์มเทรด และระบบ Social Trading ได้ยิ่งเพิ่มความสะดวกและขยายฐานนักเทรดทั่วโลก ปัจจุบันตลาดกำลังก้าวสู่ยุคของ AI และ Algorithmic Trading ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนอย่างต่อเนื่อง บทความชี้ให้เห็นว่าการเข้าใจประวัติศาสตร์ฟอเร็กซ์ช่วยให้นักเทรดตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัว การเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ และ

รีวิวโบรกเกอร์
D prime
Exness
OANDA
eightcap
FOREX.com
GTCFX
D prime
Exness
OANDA
eightcap
FOREX.com
GTCFX
D prime
Exness
OANDA
eightcap
FOREX.com
GTCFX
D prime
Exness
OANDA
eightcap
FOREX.com
GTCFX